เฟ้นหาหุ้นเติบโตหลังวิกฤต 2020 … “สรุป Business Model ของ BAM”

สำหรับช่วงเวลาที่สำคัญยิ่งช่วงนี้ คือช่วงเวลาของ Thailand Grand Sale อย่างแท้จริง เนื่องจากหุ้นดี ๆ ลดราคาลงมาอย่างมาก แต่เราก็ไม่อาจรู้ได้ว่าช่วงเวลาแบบนี้จะนานแค่ไหน หรืออาจจะลดราคาลงไปอีกคำรบจบนึง … อย่ากระนั้นเลย เรามาทำการบ้านเฟ้นหาหุ้นเติบโตในราคายุติธรรมดีกว่าครับ

หุ้นที่ผมอยากจะนำมาแนะนำก็คือ BAM หรือ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หุ้นที่ใครหลายคนหมายตาอยากเป็นเจ้าของ แต่เจ้าประคุณรุนช่องก็ไม่รอเราเลย ราคาขยับปรับขึ้นแรงมาก ๆ ในช่วงที่ผ่านมา แต่ใครจะรู้ … ตอนนี้ราคาลดลงมาแล้วนะครับ เรามาติดตามดีกว่าว่าหุ้นตัวนี้น่าสนใจขนาดไหน

ประการแรก … “การทำมาหาได้ของกิจการ”

จากภาพจะเห็นว่า สินทรัพย์ในมือของเขา แบ่งเป็น NPL และ NPA

หุ้น BAM

NPL หรือ หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ที่ทาง BAM ซื้อมานั้น ถือเป็นสัดส่วนรายได้ที่สูงที่สุด ล่าสุดในปี 2019 สัดส่วนรายได้ตรงนี้สูงถึง 73.3% โดยการซื้อหนี้ของ BAM เมื่อซื้อมาได้แล้ว จะบริหารจัดการให้จบโดยเร็วที่สุด

โดย NPL ที่ซื้อมา เป็นสินทรัพย์ด้อยคุณภาพจากสถาบันการเงินอื่นแล้วนำปรับโครงสร้างลูกหนี้ เพื่อให้ลูกหนี้จ่ายไหวเท่าที่เป็นไปได้ ส่วนใหญ่มีอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักประกัน ซึ่งบริษัทบันทึกสินทรัพย์พวกนี้เป็นเงินให้สินเชื่อจากการซื้อลูกหนี้ในราคาทุนที่รับมา

NPA หรือสินทรัพย์รอการขาย ส่วนหนึ่งเป็นสินทรัพย์จากการบริหารจัดการ NPL แล้วตกค้างกลายเป็น NPA ซึ่งทางบริษัทก็จะนำมาบริหารจัดการอีกที โดยการบริหารจัดการทรัพย์สินรอการขาย (NPA) นี้ ทางบริษัทจะจำหน่ายทรัพย์สินรอการขายที่ได้มาจากการเจรจากับลูกหนี้ การบังคับหลักประกันต่าง ๆ หรือซื้อมา เช่น ที่ดินเปล่า โรงแรม คอนโดมิเนียม เมื่อทำการจำหน่ายแล้ว ก็จะรับรู้กำไรจากส่วนต่างที่เกิดขึ้น ที่ผ่านมารายได้จาก NPA อยู่ราว 25-36%

ประการที่สอง … “ผลการดำเนินงานของ BAM”

หากเรามาติดตามผลการดำเนินงานของ BAM ย้อนหลังดังต่อไปนี้

ปี2561 รายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผล206.19 ล้านบาท รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย 7,826.36ล้านบาท กำไรสุทธิ5,202.02ล้านบาท

ปี 2562 รายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผล 7,007.37 ล้านบาท รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย 3,781.82ล้านบาท กำไรสุทธิ 6,549.30 ล้านบาท

จากผลประกอบการในปี 2562จะเห็นได้ว่า มีการเติบโตของรายได้ และกำไรอย่างมากเมื่อเทียบกับปี 2561 แต่ให้สังเกต รายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผล 206.19 ล้านบาท ในปี 2561 แต่ในปี 2562 ทำรายได้จากตรงได้ได้กว่า 7,007.37 ล้านบาท เราต้องเข้าไปเจาะดูว่า ทำไมรายได้ตรงนี้ของปีล่าสุดถึงก้าวกระโดดขนาดนี้

ประการสุดท้าย … “ภาพการเติบโตของ BAM”

สำหรับการเติบโตของกิจการนั้น จะเติบโตจากการบริหารจัดการสินทรัพย์ทั้งสองประเภทที่กล่าวมา และต้องมีการซื้อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพเข้ามาใหม่ โดยปกติแล้ว BAM จะซื้อสินทรัพย์ใหม่ มาเติมของเก่าที่เปลี่ยนเป็นรายได้ไป + ด้วย Growth ที่ต้องการจะโต

โดยปี 2019 รายได้ของ BAM เติบโตกว่า 19% จากประมาณ 16,000 ล้านเป็น 19,733 ล้าน สาเหตุที่รายได้ในปี 2019 โตก้าวกระโดดมาก เป็นเพราะสามารถปิดจบลูกค้ารายใหญ่ได้ 1 ราย

การซื้อสินทรัพย์ก็สามารถซื้อได้สูงกว่าหลักประกัน ปี 2019 ใช้เงินซื้อสินทรัพย์ราว 12,000 ล้านบาท ได้หลักประกันราว 2.6 หมื่นล้าน ทำได้สูงแทบทุกปี

ข้อสรุป และข้อคิดก็คือ … หุ้นประเภทบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพอย่าง BAM ถือว่าน่าสนใจ โดยเฉพาะในเทรนด์ของหนี้สินภาคครัวเรือนที่สูงขึ้นทุกปี ทำให้มีสินทรัพย์ประเภทนี้ถูกขายออกมามาก แต่อย่างไรก็ตาม กิจการแบบนี้ต้องใช้เงินทุนค่อนข้างมาก สังเกตได้จากการที่ต้องใช้เงินซื้อสินทรัพย์ใหม่เติมเข้าพอร์ตทุกปี ปีละหลักหมื่นล้านบาท หากเราติดตามกระแสเงินสดของกิจการ ก็จะเห็นว่าบางปีเป็นบวก บางปีเป็นลบ และสิ่งที่ต้องติดตามอีกประการก็คือ “หนี้สิน” ของกิจการ เพราะการซื้อสินทรัพย์ใหม่ ๆ ต้องกู้เงินมาซื้อ หรือออกหุ้นกู้ หากเศรษฐกิจอยู่ในภาวะชงักงัน และการบริหารจัดการไม่ดีพอ ก็เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุนนะครับ